ประวัติความเป็นมาของแอโรบิค Aerobic Exercise

Posted on กันยายน 25, 2011

0



ประวัติความเป็นมาของแอโรบิค Aerobic Exercise

แอโรบิค เกิดขึ้นเมื่อ 26 ปี มาแล้ว โดย DR. Kenneth H.Cooper ได้เขียนเป็นตำราเรื่อง AEROBICS กล่าวไว้ว่า แอโรบิคเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งชื่อว่า AEROBICS EXERCISEหมายถึง การออกกำลังกายที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สัมพันธ์กันระหว่างระบบไหล เวียนโลหิตกับปอดใช้ออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่ กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกัน โรคต่างๆได้ ดังนั้นการเต้นแอโรบิค (AREOBIC DANCING) จึงนับเป็นการออกกำลังกายประเภทแอโรบิคอีกชนิดหนึ่ง

เบื้องหลังความสำเร็จของการเต้นแอโรบิคได้รับการกล่าวถึงเป็นหนังสือชื่อ Aerobic Dancing โดย Jacki Sorensen ว่ากีฬาเต้นแอโรบิค ได้รับความนิยมสูงสุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดให้มีการเต้นแอโรบิคภายในสตูดิโอหรือโรงยิมโดยรับเอาต้นแบบการเต้นแอโรบิคประกอบ ดนตรีแบบอาหรับ จากนั้นกีฬาการเต้นแอโรบิคปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยเข้ากับจังหวะดนตรี ในปัจจุบันด้วยวิธีนับจังหวะบีทเพลงจึงทำให้การออกกำลังกายแบบเต้นแอโรบิคทันสมัยและสนุกสนานอยู่เสมอ

ประสิทธิภาพจากการเต้นแอโรบิคเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ทั่วโลกเกี่ยวกับทางด้านพัฒนาสุขภาพเกี่ยวกับการพัฒนากล้าม เนื้อ,หัวใจ, ปอด เทียบเท่ากับการเล่นกีฬาวิ่งจ๊อกกิง,ว่ายน้ำ, หรือการเดินขึ้นบันได จึงไม่น่าแปลกเมื่อกีฬาเต้นแอโรบิคเป็นที่ยอมรับในประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รวมทั้งประเทศไทย ความแรงของกีฬาเต้นแอโรบิคได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลกนี่เองทำให้การเต้น แอโรบิคไม่มีท่าเฉพาะที่แน่นอน แต่หลักมาตราฐานสากล นั้นกำหนดให้ท่าเต้นต้อง นับให้เข้ากับจังหวะบีทเพลงหรือตัวโน้ตดนตรี ส่วนกีฬาเต้นแอโรบิคที่ประเทศไทย นั้นเลือกใช้ท่าเต้นที่นับตามจังหวะ 1 – 2 – 3 – 4 – 5 – 6 – 7 – 8 – 9 – 10 เท่านั้นเพราะจะช่วยให้การเต้นแอโรบิคเป็นไปได้ง่ายกว่า

เคล็ดลับการเต้นแอโรบิค

ก่อนเต้นแอโรบิคควรทราบเคล็ดไม่ลับของนักเต้นแอโรบิคที่ใช้อยู่เป็นประจำกันก่อนจะช่วยให้นักเต้นแอามารถเต้นแอโรบิคได้สนุกและต่อเนื่อง เคล็ดลับของการเต้นแอโรบิคมีดังนี้

เวลาที่ใช้ในการเต้นแอโรบิคประมาณ 45 – 50 นาที

1. ช่วงแรกก่อนเต้นแอโรบิค ควรทำการอบอุ่นร่างกายโดยการยืด เหยียด กล้ามเนื้อทุกส่วน เป็นเวลา 5-10 นาที

2. ช่วงที่สองเข้าสู่แอโรบิค การเต้นตามจังหวะเพลงจะเริ่มหนักขึ้น เพื่อออกกระตุ้นกล้ามเนื้อทุกส่วน ใช้เวลา 15 -20 นาที

3. ช่วงสุดท้ายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก่อนสิ้นสุดการเต้นแอโรบิคจะต้องมีท่าผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ล้าเพราะการเต้นโดยการยืด เหยียด กล้ามเนื้อทุกส่วน เป็นเวลา 5-15 นาที

ข้อควรระวังการเต้นแอโรบิค

การเต้นแอโรบิคเองมีข้อจำกัดเหมือนกับกีฬาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะท่าที่จะใช้นำมาเต้นออกกำลังกายกับจังหวะเพลงมีมากไม่จำกัดท่า หากเลือกท่าที่ใช้เต้นไม่ถูกต้องแล้วต้องเกิดการบาดเจ็บต่อผู้เต้นแอโรบิคอ ย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีข้อควรระวังอื่นๆ อีก ผู้ที่เต้นแอโรบิคพึงทราบข้อควรระวังดังนี้

ท่าอันตรายที่ไม่ควรนำมาใช้

1. ท่าที่เกี่ยวกับการ ย่อ ยืด กระตุกบริเวณหัวเข่า จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บตรงข้อ ทำให้เป็นข้อเสื่อม

2. ท่าที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น การบริหารหน้าอกห้ามแอ่นหลัง มิฉะนั้นจะปวดหลังถาวร การบริหารหน้าอกที่ถูกต้องนั้นแขนควรตั้งขนานกับลำตัวตั้งฉากกับหัวไหล่

3. หลีกเลี่ยงการหมุนข้อต่อเชื่อมกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะคอ หรือ ข้อมือ ข้อเท้า ควรใช้วิธีเหยียด พับขึ้น พับลง มากกว่า

ข้อควรระวังอื่นๆ

เป็นที่ทราบกันดีผู้ที่เต้นแอโรบิคต้องมีช่วงอายุที่เหมาะสม ไม่เป็นบุคคลที่อายุมากเกินไปเพราะระบบอวัยวะในร่างกายของคนอายุมากมักจะทน ต่อการเต้นที่ใช้เวลานานไม่ได้ หรือผู้ที่เต้นจะต้องไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการออกกำลังกายชนิดนี้ เช่น โรคหัวใจ

TIP แอโรบิค

โภชนการหลังเต้นแอโรบิค นักเต้นแอโรบิคควรรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายหลังจากที่ต้องสูญเสียพลังงานมากจากการเต้น นมและผลไม้เป็นอาหารที่สำคัญมากที่นักเต้นแอโรบิคต้องรับประทานทุกวันจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นอยู่เสมอ

ที่มา http://www.hibalanz.com/articleshow.php?id_art=52

Posted in: Uncategorized