Like hibalanz
Hi-Balanz Vivid X-TRA Plus L-Carnitine

ไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน

Blog Stats
  • 1,591 hits

การเลือกรับประทานอาหารเสริม วิตามิน และเกลือแร่

ตุลาคม 1, 2011

0

การเลือกรับประทานอาหารเสริม วิตามิน และเกลือแร่ ปัจจุบันอาหารเสริมได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพราะทุกคนต้องการมีสุขภาพแข็งแรงในต่างประเทศ อาหารเสริม กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากคุณค่าที่ได้รับจากอาหารนั้นลดน้อยลงด้วยระบบการแปรรูปอาหาร ยิ่งขั้นตอนซับซ้อนมากเท่าไร คุณค่าของอาหารก็จะยิ่งหดหายไปมากเท่านั้น อาจมีข้อโต้แย้งว่าคนเราไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม จำพวกวิตามิน หรือเกลือแร่ หากรับประทานอาหารถูกต้องครบห้าหมู่จะทำให้เราได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อสุขภาพครบถ้วน นอกจากนี้ ถ้ารับประทานวิตามินหรือเกลือแร่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ การรักษาความสมดุลทางชีวเคมี ที่ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี จำเป็นต้องอาศัยแนวปฏิบัติที่ครบวงจร ได้แก่ อาหาร ระดับของสารอาหารที่เพียงพอ การออกกำลังกาย การกำจัดสารพิษในร่างกาย การนอนหลับ การพักผ่อน เทคนิคการกำจัดความเครียด และการฝึกผ่อนคลาย การปฏิบัติตามแนวเหล่านี้ทั้งหมด อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้สุขภาพดี เราน่าจะได้รับวิตามินและเกลือแร่อย่างเพียงพอจากอาหารที่เรารับประทานอยู่เป็นประจำ แต่ปัจจุบันเรากำลังรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย อาหารเหล่านี้ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง การขาดสารอาหาร เช่น การขาดวิตามินเอ และธาตุสังกะสี จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง สารอาหารที่เราเรียกว่า เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี และเบตาแคโรทีน เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารที่ดีควรจะเป็นผลไม้และผักสด ข้าวที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ปัจจุบันเราไม่ได้ รับประทานอาหาร แบบเดียวกับที่บรรพบุรุษของเราเคยรับประทาน ด้วยเหตุนี้ อาหารที่เปลี่ยนแปลงไปจึงทำให้ความต้องการสารอาหารของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย […]

Posted in: Uncategorized

การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน

กันยายน 30, 2011

0

การออกกำลังกายและกระบวนการเผาผลาญไขมัน หากเราต้องการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic), คาร์ดิโอ (Cardio)  การวิ่ง,ว่ายน้ำ,ปั่นจักรยาน ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที ขึ้นไป เพราะในนาทีที่1 – 25 ร่างกายจะเผาผลาญกลูโคสและพลังงานสะสมที่กล้ามเนื้อ และตับ(ไกลโคเจน) หลังจากนาทีที่ 25 ร่างกายจะเริ่มนำไขมันมาเผาผลาญ  การออกกำลังกายวันละ 10 – 15 นาที ไม่ช่วยเผาผลาญไขมัน หลายคนจึงเกิดการท้อแท้ เพราะออกกำลังกายไม่ถึง 30 นาที แล้วกลับไปรับประทานอาหารอย่างเต็มที่ โดยคิดว่าได้ลดไขมันไปบ้างแล้ว คาร์ดิโอ Cardio 1. Low Intensity -คาร์ดิโอแบบความเข้มข้มต่ำ โดย Target Heart Rate (THR) อยู่ ที่ 55% – 65% ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย 2. Medium Intensity – คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นปานกลาง โดย THR อยู่ที่ 65% – 75% ตลอดระยะเวลาของการออก กำลังกาย 3. High Intensity – คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูง โดย THR อยู่ที่ 75% – 85% ตลอดระยะเวลาการออก กำลังกาย 4. Extra High Intensity – คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูงที่ใช้เทคนิคการฝึก แบบพิเศษเข้าช่วย THR อยู่เหนือระดับ 85% ขึ้นเป็นช่วงๆ โดยทั่วไปจะให้ THR อยู่ ที่ 90% – 95% หรือมากกว่าจนเฉียด 100% ของ Maximum Heart Rate คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้ทำได้ยากมาก เลยส่งผลให้สามารถทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากๆ คือตั้งแต่แค่ 4 – 15 นาทีเท่านั้น […]

Posted in: Uncategorized

ไม่ขับถ่ายตอนเช้าจะเกิดอะไรขึ้น..?

กันยายน 29, 2011

0

ไม่ขับถ่ายตอนเช้าจะเกิดอะไรขึ้น..? การขับถ่ายมีผลต่อสุขภาพร่างกายของเรา ทราบไหมว่า ถ้าปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนถึง 7-9 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาทำงานของกระเพาะอาหาร แล้วยังไม่ได้ขับถ่าย แถมอาหารเช้าก็ไม่ได้กิน จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อถึงเวลาที่กระเพาะอาหารทำงาน เพื่อนำอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วไม่มีอาหารที่ควรทานตอนเช้าเข้าไปย่อย อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออก จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ มาที่กระเพาะอาหาร ในอุจจาระเก่าพวกนี้จะมีแก๊สที่เสียแล้ว แก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดไม่สะอาด เมื่อเลือดเหล่านี้ไหลไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ร่างกายก็จะได้รับพิษจากแก๊สพิษเหล่านี้ไปด้วย ผลกระทบที่มีต่อร่างกายก็คือ ก่อนเที่ยงถึงบ่ายจะง่วงนอน เนื่องจากหัวใจได้รับเลือดที่ไม่สะอาดไปหล่อเลี้ยง จึงอ่อนล้าและไม่สดชื่น และจะมีกลิ่นตัวและกลิ่นปาก เพราะปอดจะขับสิ่งสกปรกที่ได้รับออกทางผิวหนังและลมหายใจ หรือถ้าไม่ยอมขับถ่ายในตอนเช้าให้เป็นกิจวัตรนานๆ เข้า เป็นระยะเวลาหลายปี เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมอง แถมยังไม่ทานอาหารเช้าในช่วงเวลานั้นอีก สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เมื่อแก่ตัวความจำจะเสื่อมเร็ว รู้อย่างนี้แล้ว ควรฝึกการขับถ่ายในตอนเช้าให้เป็นลักษณะนิสัย และเห็นความสำคัญของอาหารเช้าเพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง ที่มา http://www.hibalanz.com/articleshow.php?id_art=106&CID=9

Posted in: Uncategorized

ปริมาณวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน

กันยายน 28, 2011

0

ปริมาณวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน ลำดับที่ (No.) สารอาหาร (Nutrient) ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (Thai RDI) หน่วย (Unit) 1. ไขมันทั้งหมด (Total Fat) 65* กรัม (g) 2. ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) 20* กรัม (g) 3. โคเลสเตอรอล (Cholesterol)               300 มิลลิกรัม (mg) 4. โปรตีน (Protein) 50* กรัม (g) 5. คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด(Total Carbohydrate) 300* กรัม (g) 6. ใยอาหาร (Dietary Fiber) 25 กรัม (g) 7. วิตามินเอ (Vitamin A) […]

ติดป้ายกำกับ: ,
Posted in: Uncategorized

สูตรลดน้ำหนัก, ลดความอ้วน 9 กิโลกรัมใน 7 วัน

กันยายน 27, 2011

0

สูตรลดน้ำหนัก, ลดความอ้วน 9 กิโลกรัมใน 7 วัน สูตรนี้บางคนทำแล้วสามารถลดได้ถึง 9 กิโลกรัมใน 7 วันเลยนะคะ ลองเอาไปทำตามดู แต่ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายของคนเราด้วยนะคะ ถ้าหากน้ำหนักมากๆ เกิน 80 กิโลกรัมขึ้นไป หากทำตามสูตรนี้ได้ เชื่อว่าน่าจะลดได้ 9 กิโลแน่ๆ ค่ะ ใจแข็งพอรึเปล่าคะ วันที่ 1 มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้ วันที่ 2 มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้ มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้ วันที่ 3 มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้ วันที่ 4 มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น […]

Posted in: Uncategorized

วิธีลดหน้าท้อง อย่างฉลาดและปลอดภัย ด้วยการทานอาหาร 4 ชนิด

กันยายน 26, 2011

0

วิธีลดหน้าท้อง อย่างฉลาดและปลอดภัย ด้วยการทานอาหาร 4 ชนิด วิธีลดหน้าท้อง ด้วยอาหารอย่างได้ผล หลากหลายวิธีลดหน้าท้องที่หากว่าคุณยังไม่เคยใช้ได้ผล ลองมาเจอกับวิธีลดหน้าท้อง ของเราดูซิค่ะ เป็นวิธีที่เราคิดว่าง่ายมากขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณเลือกรับประทานเท่านั้น แต่บางคนอาจจะว่ายากก็ได้ค่ะเพราะการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเลือกอาหารของ แต่ล่ะคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่หากว่าคุณอยากจะ ลดหน้าท้อง โดยที่ไม่ต้องเสียเหงื่อก็ต้องใช้ วิธีลดหน้าท้อง ด้วยอาหารของเราเนี่ยแหละค่ะเป็นวิธีที่ดีที่สุดและไม่มีวิธีไหนจะดีเท่านี้ อีกแล้ว หากว่าคุณใช้วิธีลดหน้าท้องของเราแม้ว่าคุณจะไม่มีเวลาไปออกกำลังกายแต่คุณ ก็ยังสามารถที่จะทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างง่ายดาย เพียงปรับการกินหรือการเลือกอาหารเท่านั้น เพียงแค่นี้คงไม่อยากอะเนอะหากคิดจสวยซะอย่าง อาหารกับการลดหน้าท้อง แคลอรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้หน้าท้องเพิ่มหรือลดแต่อาหารบางอย่างดู จะมีผลต่อไขมันกลางลำตัวของเรามากกว่า เมื่อไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญจากการศึกษาแบบต่อเนื่องของFramingham Nutrition รายงานว่า ผู้หญิงที่กินน้อยลงไปเกือบ 400 แคลอรี่ต่อวัน แต่เลือกอาหารที่มีสารอาหารน้อยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสองเท่าครึ่งในการมีหน้าท้องใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่กินมากกว่าแต่กินอาหารที่ดีกว่า คุณจึงไม่จำเป็นต้องอดอาหารเพียงแต่ต้องรู้จักเลือกอาหารให้มากขึ้น เพื่อปราบหน้าท้องให้อยู่ในที่ในทาง นั่นก็คือ 4 อาหาร ต่อไปนี้ 1. ผักและผลไม้ ผู้หญิงลดขนาดเอวได้ด้วยการแทนที่อาหารที่เป็นแป้งขัดขาวและน้ำตาลด้วย คาร์โบไฮเดรตจากผักและผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีส้ม นี่เป็นการรีวิวจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน นอกเหนือจากเส้นใยอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานกว่า นักวิจัยยังคาดว่า แอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างเช่น วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้ 2. โปรตีน การกินโปรตีนมากขึ้นทำให้คุณอิ่มและเพิ่มพลังงานซึ่งนำไปสู่การลด น้ำหนักโดยรวม และสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เป็นพิเศษ นี่เป็นผลการค้นพบของวิทยาลัยสกิดมอร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน แต่งานวิจัยชี้ว่าการกินโปรตีนในปริมาณสูง ๆ อาจทำให้ไตทำงานหนัก เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมได้ ควรตั้งเป้ารับแคลอรี 25% จากโปรตีน (ถ้าคุณกินวันละ 2,000 แคลอรี่ นั่นก็คือ 500 แคลอรี่ จากโปรตีน) และเลือกโปรตีนแบบไร้ไขมัน […]

Posted in: Uncategorized

ประวัติความเป็นมาของแอโรบิค Aerobic Exercise

กันยายน 25, 2011

0

ประวัติความเป็นมาของแอโรบิค Aerobic Exercise แอโรบิค เกิดขึ้นเมื่อ 26 ปี มาแล้ว โดย DR. Kenneth H.Cooper ได้เขียนเป็นตำราเรื่อง AEROBICS กล่าวไว้ว่า แอโรบิคเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งชื่อว่า AEROBICS EXERCISEหมายถึง การออกกำลังกายที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สัมพันธ์กันระหว่างระบบไหล เวียนโลหิตกับปอดใช้ออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่ กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกัน โรคต่างๆได้ ดังนั้นการเต้นแอโรบิค (AREOBIC DANCING) จึงนับเป็นการออกกำลังกายประเภทแอโรบิคอีกชนิดหนึ่ง เบื้องหลังความสำเร็จของการเต้นแอโรบิคได้รับการกล่าวถึงเป็นหนังสือชื่อ Aerobic Dancing โดย Jacki Sorensen ว่ากีฬาเต้นแอโรบิค ได้รับความนิยมสูงสุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดให้มีการเต้นแอโรบิคภายในสตูดิโอหรือโรงยิมโดยรับเอาต้นแบบการเต้นแอโรบิคประกอบ ดนตรีแบบอาหรับ จากนั้นกีฬาการเต้นแอโรบิคปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยเข้ากับจังหวะดนตรี ในปัจจุบันด้วยวิธีนับจังหวะบีทเพลงจึงทำให้การออกกำลังกายแบบเต้นแอโรบิคทันสมัยและสนุกสนานอยู่เสมอ ประสิทธิภาพจากการเต้นแอโรบิคเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ทั่วโลกเกี่ยวกับทางด้านพัฒนาสุขภาพเกี่ยวกับการพัฒนากล้าม เนื้อ,หัวใจ, ปอด เทียบเท่ากับการเล่นกีฬาวิ่งจ๊อกกิง,ว่ายน้ำ, หรือการเดินขึ้นบันได จึงไม่น่าแปลกเมื่อกีฬาเต้นแอโรบิคเป็นที่ยอมรับในประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รวมทั้งประเทศไทย ความแรงของกีฬาเต้นแอโรบิคได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลกนี่เองทำให้การเต้น แอโรบิคไม่มีท่าเฉพาะที่แน่นอน แต่หลักมาตราฐานสากล นั้นกำหนดให้ท่าเต้นต้อง นับให้เข้ากับจังหวะบีทเพลงหรือตัวโน้ตดนตรี ส่วนกีฬาเต้นแอโรบิคที่ประเทศไทย นั้นเลือกใช้ท่าเต้นที่นับตามจังหวะ 1 – 2 – 3 – 4 – 5 – 6 – 7 […]

Posted in: Uncategorized